โปสเตอร์ป๊ะกั๋นยามแลงครั้งล่าสุด ครั้งที ๒๙

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552

สรุปป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่ ๑๘ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒















เพศที่สาม ธรรมด๊า ธรรมดา
ทุ่มนิดๆของวันเสาร์ที่สามเดือนกุมภาพันธ์ เสวนาป๊ะกั่นยามแลงครั้งที่ ๑๘ ก็เริ่มขึ้น นำโดยอ.อนุกูล ศิริพันธ์(อ.ปิงปอง) , คุณวสุธา เทพวงค์ (วีนัส) นักศึกษาวิทยาลัยอินเตอร์เทค, คุณไชยวัฒน์ เทพสิงห์ (โบว์)นักศึกษาวิทยาลัยอินเตอร์เทค ,คุณปิยะพงษ์ เปี้ยปลูก(อ้น) มหาวิทยาลัยศรีประทุม และ คุณหมอจิตแพทย์เด็กและเยาวชน พญ.วชิราภรณ์ อรุโณทอง จากโรงพยาบาลศูนย์ลำปาง โดยมีอ.อนุกูลและคุณหมอโกมล ภัทรฤทธิกุล เป็นผู้ดำเนินการเสวนา
เริ่มต้นมาให้คำนิยามกับคำต่างๆก่อน เกย์ กะเทย ตุ๊ด เลสเบี้ยน ทอม ดี้ ไบ เก้งกวาง ฯลฯ ยาวเหยียด (บอกกระดาษเอสี่ ก็จาระไนยไม่หมด) ส่วนทางคุณหมอวชิราภรณ์ บอกโลกของเรามีสามอย่าง หนึ่ง Heterosexual ชายจริงหญิงแท้ สอง Homosexual ชอบรักอยากมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน สาม Transexual แปลไปตรงๆก็มีการไหลไปมาระหว่างชายหญิง ไม่ชัดเหมือนสองกลุ่มแรก ต่อมาก็คุยในประเด็นที่ว่ารู้ตัวเมื่อไรที่มารักมาชอบเพศเดียวกัน
อ้อ! บนเวทีไม่มีตัวแทนของหญิงรักหญิง ตกปากรับคำว่าจะมา พอวันจริง ไม่ได้มา ส่วนข้างล่างเห็นมานั่งอยู่หลายคู่ แต่ถามความเห็น ก็ไม่ได้ให้ความเห็นอะไร
ก็เป็นปรากฏการณ์ของ กลุ่มหญิงรักหญิงในลำปางอย่างหนึ่ง เสียดายไม่ได้ฟังความคิดเห็น ถ้ามีโอกาสอาจจะจัดพูดคุยโดยเฉพาะของกลุ่มหญิงรักหญิงในลำปาง ไม่ทราบจะเป็นไปได้หรือเปล่า มาสู่ประเด็นเดิมเรื่องการว่ารู้ตัวเมื่อไรที่รักผู้ชายด้วยกัน บนเวทีตอบว่า พอเริ่มจำความได้ก็มีความรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้หญิง บ้างก็ตอบว่า สี่ห้าขวบ หรือบอกว่าช่วงเจ็ดแปดขวบรู้สึกสับสน แต่พอโตขึ้นก็ชัดเจนขึ้น การยอมรับของพ่อแม่ ผู้ปกครอง แรกๆยอมรับไม่ได้ แต่ต่อไปก็เข้าใจ มีแม่ของกลุ่มเกย์(ความหมายในบทความนี้ หมายถึง กลุ่มที่ชายรัก หรือ ชอบ หรือ อยากมีเพศสัมพันธ์กับชาย ทั้งหมด) ท่านหนึ่งให้ความเห็นว่า ยอมรับได้ตอนลูกอยู่มอสาม แต่คุณพ่อขณะนี้ยังยอมรับไม่ได้ ตอนนี้ลูกก็เกือบเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ท่านให้ความเห็นต่อว่า ไม่สำคัญว่าลูกจะเป็นเพศอะไร สำคัญว่าเป็นคนดีหรือไม่ ทำความเดือดร้อนให้กับคนอื่นหรือเปล่า
อีกประเด็นที่สำคัญ พ่อแม่ของกลุ่มชายรักชาย บางครั้งโทษคุณครูที่จับลูกของตนแต่งตัวสวยๆ ทาหน้าทาปาก รำละคร ตั้งแต่ตอนเด็กๆ หรือ อยู่ในกลุ่มหรือพี่น้องเป็นผู้หญิงทั้งนั้น สิ่งแวดล้อมมีส่วนทำให้เด็กเป็นเพศที่สามใช่หรือไม่ คุณหมอวชิราภรณ์แยกตอบ ในกลุ่มชายรักชาย เหมือนถูกกำหนดมาตั้งแต่ต้น สิ่งแวดล้อมคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อก่อนทางวงการแพทย์ ถือว่าเป็นความผิดปกติ ปัจจุบันถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ระบุว่าเป็นเรื่องผิดปกติทางการแพทย์ ส่วนในหญิงรักหญิง เด็กผู้หญิงที่อยู่ในโรงเรียนหญิงล้วน ความเป็นนักกีฬา ความเป็นฮีโร่ อาจทำให้ดูเหมือนผู้ชาย ผู้ปกป้อง คุ้มครอง แต่พอออกจากโรงเรียนหญิงล้วน
ก็เป็นผู้หญิงจ๋า แต่งตัวสวยไปก็มี หรือแบบที่โตมาแล้วอยากเป็นผู้ชายตั้งแต่เล็กๆ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ก็มี มีความหลากหลายมากกว่า ส่วนชายรักชายจะให้เปลี่ยนแปลงทีหลังหรือตอนโต เท่าที่มาเสวนากัน ยังไม่เคยพบ
ปัญหาการไม่ยอมรับในเพศที่สามของสังคมไทย ทำให้เกย์ต้องมาแต่งงานกับหญิงแท้ แล้วเกิดปัญหาแตกแยก เสียอกเสียใจกันภายหลังก็มีไม่น้อย การไม่ยอมรับของพ่อแม่ ทำให้ลูกเครียด ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ก็พบได้ การไม่ยอมรับของผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมไทย ทำให้พื้นที่สาธารณะของเพศที่สามดูคับแคบลง อย่างการจะจัดงานของกลุ่มเกย์ในเชียงใหม่ ก็ถูกห้าม บอกว่าทำให้เสื่อมเสียวัฒนธรรมของชาวล้านนา ? มิติของสังคมในเรื่องนี้ ถ้ามองให้เป็นเรื่องธรรมดา เหมือน ผู้หญิง ผู้ชาย คนหนึ่ง เพศที่สาม (queer) ก็เป็นคนคนหนึ่ง ธรรมด๊า ธรรมดา
มีบ้างว่าเกย์มีความสนใจในเรื่องเพศมากกว่าคนทั่วไป น่าจะเป็นเพราะเกย์ หรือ กะเทย ฯลฯ กล้าแสดงออกมากกว่า มีความเป็นตัวของตัวเองมากกว่า จะไปเปรียบเทียบกับผู้หญิงไม่ได้ ทำไมวิ๊ดว้ายกระตู้วู่เกินหญิง เพศที่สามก็เป็นเพศที่สามจะไปเปรียบกับเพศอื่นไม่ได้ นี้คือความหลากหลายของคน ของมนุษย์ ของโลกนี้
ส่วนเรื่องการที่จะให้คนทั่วไปมองเกย์อย่างไร ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัวของเกย์ ความพอดี การรู้จักกาละเทศะ ซึ่งก็ต้องมีในทุกเพศเช่นกัน
มุมมองทางศาสนา พระเกย์ในลำพูน เป็นเรื่องที่มีมานานแล้ว และมีในทุกวงการ ในความเห็นของวงเสวนา เกย์ก็ควรบวชได้ ถ้าสามารถรักษาศีล ๒๒๗ ข้อ ไม่ผิดวินัยสงฆ์ เป็นหนึ่งในพุทธศาสนิกชน ที่ช่วยจรรโลงพุทธศาสนาได้ และเหมือนในทุกวงการ ที่คนเพศที่สามสามารถทำประโยชน์เท่าชายจริงหญิงแท้ เพียงแต่ขอให้ยอมรับเหมือนคนทั่วๆไป ไม่ต้องเห็นใจ หรือสงสาร ขอให้มองเป็นเรื่องธรรมดาๆ
ท้ายนี้การจบเสวนา จบด้วยความสุข อยากให้มีการพูดคุยแบบนี้อีก และเท่าที่ทราบ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในลำปางที่คุยเรื่องนี้อย่างเป็นจริงเป็นจังและในที่สาธารณะ

บทความหายไป

ขออภัย บทความสรุปป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่ ๑๗ การใช้ชีวิตอย่างไรให้ยืนยาวและมีความสุข ทั้งรูปภาพและบทความ หายไป
จะนำมาลงในโอกาสต่อไป

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

เพศที่สาม ธรรมด๊า ธรรมดา

ป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่ ๑๘ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
เสียงครวญจากเพศที่สาม ถามหาที่ยืนในสังคม ใครจะให้คำตอบแก่เขาและเธอ
ถ้าท่านมีลูก เป็นเกย์ เป็นทอม ท่านจะทำอย่างไร
เวทีเสวนาของคนลำปาง พูดคุยแลกเปลี่ยน พบกับ
พญ.วชิราภรณ์ อรุโณทอง จิตแพทย์เด็ก รพ.ศูนย์ลำปาง
ตัวแทนจากชายรักชาย(MSM) หญิงรักหญิง
ตัวแทนผู้ปกครอง อ.อนุกูล ศิริพันธ์ ดำเนินการเสวนา
หนึ่งทุ่มตรง หน้าทิพย์อินน์เกสต์เฮาส์ กาดกองต้า
นั่งฟรี ฟังฟรี พูดฟรี

วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552

ป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่ ๑๗ วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๒



การใช้ชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข

หนึ่งทุ่มตรง น.พ.สุรชัย ว่องวัฒนโรจน์ , พ.อ.สันดุสิต ดีบุกคำ , คุณปรีดา ไชยานุวงศ์ , ดร.ศรีศุกร์ นิลกรรณ์ เป็นผู้นำเสวนา น.พ.โกมล ภัทรฤทธิกุล เป็นผู้ดำเนินการเสวนา คุณพิมธิดา ดีบุกคำ ผู้บันทึกแผนที่ความคิด


เริ่มที่คุณหมอสุรชัย คุยถึงการใช้ชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข ว่าเป็นเป้าหมายชีวิตของคนทุกคน คุยกันถึงอายุว่าอายุของคนเราสามารถยืนยาวถึง ๑๐๐ หรือ ร้อยกว่าปีได้ ถ้าดูแลสุขภาพของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เรื่องของการกิน การถ่าย การนอน การมีกิจกรรม การออกกำลังกาย การทำงานต่างๆ เป็นสิ่งที่สำคัญ เรื่องของการกิน คนเป็นสัตว์กินพืช การบริโภคเนื้อสัตว์อาจจะไม่เหมาะกับคนเพราะย่อยยาก ยกเว้นปลา พ.อ.สันดุสิต พูดถึงการดื่มน้ำ ๕ แก้ว ช่วยแก้ปํญหาเรื่องท้องผูกได้ การดื่มน้ำ ๕ แก้วตอนเช้าหลังตื่นนอนโดยที่ยังไม่ต้องแปรงฟัน เป็นภูมิปํญญาจีนโบราญ ช่วยล้างพิษ แก้ปํญหาได้หลายโรค มีคุณหมอเตือนว่า คนที่เป็นโรคหัวใจ หรือโรคไต ต้องระวังด้วยไม่ควรดื่ม ดร.ศรีศุกร์ท่านเป็นผู้กินมังสวิรัติมานานหลายสิบปี ท่านบอกว่าเป็นการกินที่ไม่สร้างกรรม ไม่เบียดเบียนชีวิตอื่น กินด้วยปัญญา ส่งผลให้เรามีอายุยืน กินน้อยอยู่นาน กินผลไม้ ผัก หลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็ง เช่น ของทอดที่ใช้น้ำมันเก่า สัดส่วนของการกินคุณหมอสุรชัยเสริมว่า ควรกินด้วยสัดส่วน ๑ : ๒ : ๕ ด้วย เนื้อ : ผัก : ธัญญาพืช


การถ่ายอุจจาระ คุณลุงปรีดา บอกว่าลักษณะของอุจจาระที่ดี คือ สีเหลือง ยาวราวหนึ่งคืบสัก ๒๐ ซม. และควรลอยน้ำได้ คุณหมอสุรชัยเสริมว่า กลิ่นไม่ควรอุบาทก์ด้วย การถ่ายควรถ่ายทุกวัน วันละหลายครั้งไม่เป็นไร แต่ถ้าอุจจาระอยู่ในลำใส้นานๆ จะทำให้ร่างกายเรามีโอกาสดูดซึมพิษกลับมาร่างกายได้มาก โอกาสที่จะเป็นมะเร็งก็มีมากขึ้น คุณหมอสุรชัยเสริมว่า คนที่ท้องผูก จะมีปากเหม็น กลิ่นตัวแรง หน้าท้องใหญ่

คุยถึงเรื่องการนอน คนเราควรหลับโดยไม่ใช้ยานอนหลับ บางท่านหัวถึงหมอนก็หลับเลย ผู้ร่วมเสวนาด้าน ล่างแนะวิธีการอ่านหนังสือ อ่านได้ไม่ถึงหน้าก็หลับ ดร.ศรีศุกร์ เสริมว่าถ้าใจเรานิ่ง มีสมาธิอยู่ที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เราก็จะหลับได้ การให้ความคิด จิตใจ อยู่ที่ลมหายใจ หายใจเข้าท้องพอง หายใจออกท้องยุบ หายใจเข้าคิดคำว่า นอน หายใจออกคิดคำว่า หลับ เป็นการฝึกสมาธิ และการสั่งจิตใต้สำนึกของตนเองไปในตัว


การมีกิจกรรม การออกกำลังกาย โลงศพมิได้มีไว้ใส่คนแก่ ดังนั้นทุกคนถ้าอยากมีความสุข ต้องดูแลตนเอง ข้ออ้างที่ว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย ไม่สามารถอ้างได้ เพราะทุกคนมีเวลา ๒๔ ชั่วโมงเท่ากัน การออกกำลังไม่ใช้ทำเฉพาะที่กาย ต้องทำที่ จิต ด้วย การออกกำลังจิต ด้วยการดูกีฬาที่ตื่นเต้น นัดที่เร้าใจ หรือการเล่นในเครื่องเล่นในสวนสนุก ดูคอนเสริตที่ชอบ ที่ชวนให้ร้องกริ๊ด และสุดท้าย การออกกำลังจิต คือการปฏิบัติธรรม พ.อ.สันดุสิต ยังกล่าวถึงการฝึกโยคะ เป็นการออกกำลังที่ดีมาก ฝึกในเรื่องการหายใจที่ถูกต้องด้วย คุณลุงปรีดาบอกการออกกำลังต้องสัมผัสแสงแดดด้วยถึงจะดี การฝึกไทเก็กก็มีคนเสริมว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก นอกจากจะออกกำลังกาย กำลังจิตแล้ว ต้องฝึกสมองด้วย ด้วยการฝึกคิดบ่อยๆ ฝึกประสาทเช่นเดินถอยหลัง หรือเล่นไพ่ฝึกสมอง ลุงปรีดาแนะนำ

คุณหมอสุรชัยบอกว่า การเล่นปริศนาอักษรไขว้ ซูโดกุ ทำสิ่งที่ไม่ค่อยทำ เช่น เขียนหนังสือที่มือซ้าย ขัข ขี่รถไปในเส้นทางใหม่ๆ ฝึกพูด หรือการสวดมนต์ออกเสียง


ระหว่างการเสวนามีทหารผ่านการรบและนิ้วพิการบอกว่าชีวิตนี้ไม่เหลืออะไร คุณหมอสุรชัยกล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมใจอย่างยิ่ง จะมีสักกี่คนในประเทศนี้ที่มีโอกาสได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ พ.อ.สันดุสิต ทุกครั้งที่ตื่นนอนจะขอบคุณที่ยังมีลมหายใจอยู่ แค่มีลมหายใจ แค่มีชีวิตที่เหลืออยู่ ก็มีความสุขแล้ว

สุดท้าย คุยกันถึงเรื่อง มรณานุสติ การเตรียมตัวตาย ทุกคนล้วนถึงจุดหมายเดียวกัน ดังนั้นควรใช้ชีวิตอย่าประมาท ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ทำวินาทีนี้ให้ดีที่สุด ให้เต็มที่ เพราะเราจะไม่เคยเจอวินาทีข้างหน้า อย่าไปดังสุภาษิตจีนที่ว่า มิเห็นโลงศพมิหลั่งน้ำตา


ท้ายสุดคุณพิมธิดา ดีบุกคำ สรุปการเสวนาจากแผนที่ความคิด ได้รับความรู้ และความเพลิดเพลินอย่างยิ่ง พบกันใหม่วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์

วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2552

ป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่ ๑๗

การใช้ชีวิตอย่างยืนยาวมีความสุข
เวทีเสวนาของคนลำปาง นั่งฟรี ฟังฟรี พูดฟรี ครั้งที่ ๑๗ ในหัวข้อเรื่อง "การใช้ชีวิตอย่างยืนยาวและมีความสุข" โดยมีผู้ร่วมนำเสวนา นพ.สุรชัย ว่องวัฒนโรจน์ คลินิก หู คอ จมูก , พ.อ.สันดุสิต ดีบุกคำ ศูนย์เรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็ง จ. ลำปาง , คุณปรีดา ไชยานุวงศ์ ที่ปรึกษาชมรมผู้สูงอายุลำปาง , ดร.ศรีศุกร์ นิลกรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพัฒนาและศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยโยนก และ นพ.โกมล ภัทรฤทธิกุล ผู้ดำเนินการเสวนา ขอเชิญทุกท่านร่วมเสวนา
เสาร์ที่ ๓ ของเดือน ๑๗ มกราคม ๒๕๕๒ หนึ่งทุ่มตรง ทิพย์อินน์เกสท์เฮาส์ กาดกองต้า
นั่งฟรี ฟังฟรี พูดฟรี

วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2551

สรุปการเสวนาป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่16"เราอยากได้นายกเทศมนตรีนครลำปางอย่างไร?"

โปสเตอร์ป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่ 16 "เราอยากได้นายกเทศมนตรีนครลำปางอย่างไร?"
















การเสวนาป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่ 16 ผ่านไปเรียบร้อยแล้วค่ะ "เราอยากได้นายกเทศมนตรีนครลำปางอย่างไร?"
ผู้เข้าร่วมเสวนาตามคำเชื้อเชิญ มีดังนี้ คือคุณอนุศิษฏ์ ภูวเศรษฐ (ประธานหอการค้าภาคเหนือตอนบน) อ.วราภรณ์ มณีเทศ (ข้าราชการบำนาญและอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยโยนก) คุณวัชรินทร์ บุญศรีวงค์(อาชีพค้าขาย) ส่วนคุณชาตรี ทาไชยวงศ์ ตัวแทนสื่อมวลชน ได้แจ้งมาว่าป่วยจึงไม่ได้เข้าร่วมเสวนา ผู้ตำเนินรายการคือคุณพรทิพย์ภา ภัทรฤทธิกุล

ต้องขอบคุณ อาจารย์สายฝน จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ลำปางเป็นอย่างยิ่ง ที่นำคณะนักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้
ส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งสองท่านคือคุณเกรียงศักดิ์ วนชยางกูล และดร.นิมิตร จิวะสันติกาล ไม่ได้มาร่วมรับฟังการเสวนาตามที่คณะทำงานมีหนังสือเรียนเชิญไป อาจเพราะเกรงว่าจะเกิดการพาดพิงและทำให้เกิดการกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้งโดยไม่ตั้งใจ...ก็เป็นได้ ไม่งั้นพวกเราอาจต้องไปเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่ากันอีก

ได้ความคิดเห็นที่น่าสนใจจากคุณอนุศิษฐ์ ว่า นายกเทศมนตรีนครลำปาง คนใหม่ควรเป็นคนมีความสามารถในการบริหารงบประมาณที่มีอยู่และยังสามารถดึงงบจากส่วนกลางมาได้ด้วย พัฒนาการท่องเที่ยวลำปางซึ่งเรามีดีอยู่มากมายแต่ทำไมนักท่องเที่ยวจึงมักเลยไปเชียงใหม่เชียงรายซะนั่น มันเป็นรายได้งามๆที่คนลำปางคนจะได้จากการบริการนักท่องเที่ยว อีกปัญหาหนึ่งคือการแข่งขันการค้าระหว่างพ่อค้ารายเล็กรายน้อยกับบริษัทค้าปลีกต่างชาติที่เข้ามาแย่งลูกค้าแบบชนจมูกอยู่หน้าตลาดว่า ทางเทศบาลควรจัดการตลาดสดให้มีคุณภาพ และทำอย่างไรให้สะดวกซื้อเพื่อแข่งขันกับเขาได้ รวมถึงให้ความสำคัญกับเรื่องการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียด้วย

อาจารย์วราภรณ์ ท่านใส่ใจเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสะอาด การจราจร หาที่จอดรถยากมาก เช่นผู้จะมาใช้บริการสถานที่ราชการต่างๆ โรงพยาบาล ไม่มีที่จอดรถเพียงพอ เสนอให้เทศบาลหาที่หางบจัดสร้างอาคารจอดรถที่รองรับรถยนต์เพื่อผ่อนปัญหานี้ จัดระเบียบทางเท้า ไม่ใช่หน้าบ้านใครอยากทำอย่างไรก็ได้ ปัญหาเยาวชนก็สำคัญ จัดเวทีให้เยาวชนได้แสดงออก อาจจัดการแข่งขันกีฬาบ่อยขึ้น หรืออาจเป็นเวทีโต้วาทีระหว่างโรงเรียนก็ได้ เด็กๆจะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แทนการไปมั่วสุม หรือติดเกมส์มากเกินไป อ้อ! อีกเรื่องสำคัญ เรื่องความซื่อสัตย์ ทางเทศบาลควรได้ชี้แจงการใช้จ่ายเงินในแต่ละโครงการสำคัญ โดยเฉพาะโครงการที่มีค่าใช้จ่ายสูงเพื่อแสดงความโปร่งใส โดยไม่ต้องรอให้มีการร้องเรียนเสียก่อน

คุณวัชรินทร์ อาจจะเป็นคนพูดน้อย(หรืออาจถูกแย่งพูดไปหมดแล้ว) ก็อยากให้นายกเทศมนตรีท่านใหม่สนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยวให้มากๆเช่นกัน รวมถึงใส่ใจเรื่องความสะอาดอีกด้วย

ส่วนผู้ร่วมเสวนาด้านล่างเวที อาจารย์สายฝนได้พูดถึงเรื่องความสะอาดและการแยกขยะ ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นซึ่งประสบความสำเร็จสูงในเรื่องการจัดการขยะ เพราะประชากรของเขารู้หน้าที่ แยกขยะตั้งแต่ที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องมีถังขยะอยู่หน้าบ้าน รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีรถมารับขยะประเภทไหน เมื่อไหร่...คือประชากรมีจิตสำนึกด้วยนั่นเอง การจัดการขยะจึงจะสำเร็จผล เป็นตัวอย่างที่ดี นายกเทศมนตรีท่านใหม่คงต้องคิดหาวิธีอย่างไรให้คนลำปางเรามีจิตสำนึกด้วย อย่าเพียงแต่รอทางการเท่านั้น

ผศ.ประสงค์ แสงแก้ว หนึ่งในคณะทำงานของเรา ก็ฝากการบ้านให้ท่านนายกเทศมนตรีท่านใหม่ไปพิจารณาหลายข้อด้วยกัน เรื่องการจราจรบนท้องถนนที่เราต้องใช้ร่วมกับรถม้าด้วย ฝากท่านไปจัดระเบียบรถม้าทั้งเรื่องการสัญจร และสถานีรถม้า ที่ส่งกลิ่นมูลม้าเหม็นบริเวณใกล้เคียงก่อให้เกิดมลภาวะทางจมูก เรื่องการจัดการบริการรถสาธารณะ เป็นไปได้ไหม? ลำปางจะมีรถเมล์บริการผู้โดยสารเพื่อช่วยแก้ปัญหารถติด และมลภาวะด้วย อีกเรื่องป้ายรณรงค์ ป้ายโฆษณาต่างๆที่ติดไปทั่วเมืองดูแล้วไร้ระเบียบ

นศ.จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความคิดเห็นที่น่าสนใจ น้องคนหนึ่งมาจากจังหวัดพิษณุโลก เห็นว่าบริเวณตลาดเทศบาลซึ่งมีนกมาศัยอยู่เป็นจำนวนมากนั้น เป็นแหล่งเชื้อโรค และความสกปรก เนื่องจากขี้รดถนน และบางทีบนศีรษะคน หรือบางทีลงบนจานอาหาร เรื่องความสะอาดเป็นปัญหาพื้นฐานที่ควรเอาใจใส่มากกว่าเรื่องใหญ่ไกลตัว อาจารย์วราภรณ์เสริมว่าเทศบาลควรต้องทำความสะอาด ล้างถนน เป็นประจำด้วย

คุณภิญญพันธ์ คณะทำงานอีกผู้หนึ่ง และช่วยดูแลเว็บไซต์ของเราด้วย...หลังจากได้ฟังความเห็นจากหลายๆท่านแล้ว...กระตุกต่อมคิดเราว่า อย่าไปคาดหวังว่านักการเมืองเป็นเทวดาเพราะเขาก็คือคน มีผิดถูกชั่วดี แต่พวกเราประชาชนทุกคนแต่ละชุมชนต้องช่วยกันด้วย ต้องมีส่วนร่วมในการสำรวจตรวจสอบบ้านเมืองของเราด้วย และเห็นว่าหลังจากเลือกตั้งนายกเทศมนตรีแล้วจะเป็นใครก็แล้วแต่ เป็นไปได้ไหมจะให้มีวาระประชาชน มาพบปะประชาชน รับฟังปัญหา รวมถึงแจงการบริหารของท่านให้ประชาชนได้ทราบด้วย...ท่านนายกฯโปรดรับไว้พิจารณา

และอีกหลายท่านที่มาร่วมให้ความเห็น ทั้งเรื่องการทำงานของสมาชิกสภาเทศบาลด้วย อย่าถือเขาถือเรา แต่ละท่านคือฝ่ายนิติบัญญัติที่จะต้องตรวจสอบผู้บริหาร สิ่งใดควรค้านก็ต้องค้าน อีกเรื่องการคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน น้ำไหล ไฟสว่าง

ทางคณะทำงานได้บันทึกการเสวนาเป็นดีวีดีไว้ โดยได้รับการสนับสนุนทั้งอุปกรณ์และทีมงานจากบริษัทนิยมพานิช ลำปาง(ขอบคุณหลายมา ณ ที่นี้ด้วย) และจะนำดีวีดีนี้มอบให้กับท่านนายกเทศมนตรีท่านใหม่ภายหลังจากทราบผลการเลือกตั้งแล้ว

อย่าลืมไปทำหน้าที่ของท่าน ในวันที่ 11 มกราคม 2552 กันโดยทั่วกัน...เราจะเรียกร้องสิทธิ์โดยไม่ทำหน้าที่ไม่ได้...สวัสดีค่ะ

ผู้สรุป...พรทิพย์ภา ภัทรฤทธิกุล

วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ป๊ะกั๋นยามแลง ครั้งที่ ๑๖ เสาร์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๑

เราอยากได้นายกเทศมนตรีนครลำปางอย่างไร
วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๒ เราชาวเทศบาลนครลำปางจะมาร่วมแรงร่วมใจเลือกตั้งนายกเทศบาลนครลำปางกันอีก เราอยากได้คนอย่างไร ทำงานอย่างไรถึงจะถูกใจเรา อยากได้แบบไหน เชิญมาร่วมพูดคุยกัน เสวนา แสดงความคิดเห็น โดยมีผู้ร่วมนำเสวนา ได้แก่ คุณอนุศิษฎ์ ภูวเศรษฐ ประธานหอการค้าภาคเหนือตอนบน , คุณชาตรี ทาไชยวงศ์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ลำปางนิวส์ , อ.วราภรณ์ มณีเทศ ข้าราชการบำนาญ,อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยโยนก , คุณวัชรินทร์ บุญศรีวงค์ อาชีพค้าขาย โดยมี คุณพรทิพย์ภา ภัทรฤทธิกุล เป็นผู้ดำเนินการเสวนา
หนึ่งทุ่มตรง หน้าทิพยอินน์เกสท์เฮาส์ กาดกองต้า
เสาร์ที่สามของเดือน ๒๐ ธันวา แล้วเจอกันะครับ
นั่งฟรี ฟังฟรี พูดฟรี