โปสเตอร์ป๊ะกั๋นยามแลงครั้งล่าสุด ครั้งที ๒๙

วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554

สรุปป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่๒๕ เก๊าจาว กาดหมั้วร้อยปี





















ภาพด้านบนนี้เป็นภาพที่ อ.จันทร์สม กล่าวถึง สมัยท่านเด็กๆ


กาดที่ยาวขนานไปกับทางรถไฟ

สองภาพล่างนี้อ.บัญญัติว่าเป็นกาดเก๊าจาวยุคแรกๆเพราะว่าจำต้นโพธิได้

เรามาเริ่มเตรียมเวทีเสวนากันตั้งแต่เช้า ของวันอาทิตย์ที่ ๗ พฤษจิกายน ๒๕๕๓ จัดตรงตลาดเก๊าจาวเลย ข้างๆป้อมตำรวจ มีการรวบรวมภาพเก่าๆจากชุมชน ทั้งมีคนเอื้อเฟื้อมาให้ เป็นภาพที่หายากเหลือเกิน และเป็นการจัดแสดงภาพครั้งแรกของกาดเก๊าจาว พอบ่ายๆผู้เข้าร่วมเสวนาก็ถยอยกันมา ผู้นำเสวนา ดร.นิมิตร จิวะสันติการ นายกเทศมนตรีนครลำปาง อ.บัญญัติ วัตถพาณิชย์ ผู้อาวุโสชุมชนรถไฟนครลำปาง อ.จันทร์สม เสียงดี อดีตผู้อำนวยการสำนักการศึกษา เทศบาลนครลำปาง คุณยรรยง เลิศเชวงกุล ประธานชุมชนรถไฟนครลำปาง และตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่ คุณภานุพันธ์ ขันติพงษ์ และนายแพทย์โกมล ภัทรฤทธิกุล ผู้ดำเนินการเสวนา ในบรรยากาศที่แช่มชื่น สบายๆ และเวทีได้ต่อเสียงตามสายของกาดเก๊าจาวให้ชุมชนได้ฟังกันอย่างทั่วถึง เพราะมีบางคนสะดวกที่จะนั่งฟังกันในบ้านของตนเอง

อ.บัญญัติ เริ่มก่อนในฐานะผู้อาวุโสสุด วัย ๘๘ ปี แม่ของท่าน ยายของท่านอยู่กาดเก๊าจาวตั้งแต่เริ่มมีตลาด ท่านเล่าว่าท่านเป็นเชื้อสายจีนไหหลำ แม่ของท่านมาขายของในตลาดตั้งแต่อายุ ๑๔ หรือ ๑๕ ปี แต่งงานตอนอายุ ๒๑ ปี เกิดอ.บัญญัติ อายุ ๒๒ ปี เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๔๖๗ ท่านประมาณว่า ตลาดน่าจะมีอายุราวๆ ๙๔ ถึง ๙๗ ปี สมัยท่านเด็กๆ แม่น้อย ยายแก้ว(แม่และยายของอ.บัญญัติ) และแม่เล่าให้ท่านฟังว่า ช่วงสร้างทางรถไฟมาถึงลำปาง มีต้นจาวลำต้นสามคนโอบ ขึ้นบนทางรถไฟที่จะก่อสร้าง ก็ให้คนงานฟัน คนงานบางคนฟันครั้งเดียวก็เป็นลมไป บางคนฟัน ๓-๔ ครั้งก็หน้ามืดไป ฟันไม่ได้ ไม่มีใครฟันได้ ร้อนถึงวิศวะกรชาวไทยและวิศวะกรชาวเยอรมัน บอกว่าถ้าจะสร้างอ้อมต้องอ้อมไปอีกไกล หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องไปทูลพระเจ้าเหนือหัวรัชกาลที่ ๕ พระองค์ทรงพระราชทานธงประจำพระองค์พื้นสีเหลืองครุฑสีแดงเป็นตัวแทนพระองค์มา คนงานถึงฟันต้นจาวนี้ได้ บริเวณนี้มีการถมเนินดินให้เป็นทางสูงราว ๔ เมตร ห่างจากแม่น้ำ ๕๐ เมตร มีการสร้างสะพานดำ ส่วนสะพานขาวคือสะพานรัชฎาภิเศก ตลาดเก๊าจาวยุคแรกๆเป็นช่วงเริ่มสร้างทางรถไฟ เป็นกาดน้อยๆเพิงหมาแหนมุงตองตึง ต่อมาเป็นหญ้าคา ขายแกงตุ่น แกงแค ลาบจิ้น แกงอ่อม มีเมี่ยง มีพลู (คนสมัยก่อนไม่ว่าผู้ชาย ผู้หญิง เคี้ยวหมาก เคิ้ยวพลูกัน) พอมีไฟไหม้ช่วงสงครามโลก ก็เปลี่ยนเป็นกระเบื้องดินขอ แต่กระบื้องดินขอเวลาแตกเป็นอุปสรรคกับการเดินรถไฟ สุดท้ายก็มุงด้วยกระเบื้องซีเมนต์บนห้องแถวไม้สองชั้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ตลาดเก๊าจาวมีชื่อจริงว่า ตลาดรัตน์ ตั้งชื่อตามหลวงเสรีเริงฤทธิ์รัตนยนต์ ผู้ว่าราชการรถไฟ แต่ชาวบ้านจะเรียกกันตลาดเก๊าจาว ไม่มีใครเรียกตลาดรัตน์ กาดเก๊าจาวเคยผ่านน้ำท่วมใหญ่ ๒ ครั้ง ฟ้าผ่า ไฟไหม้ สมัยก่อนไม่มีเหมือง ไม่มีฝาย พอฝนตก น้ำจะท่วม ( ไฟไหม้ช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๔๘๖ น้ำท่วมใหญ่ช่วง พ.ศ.๒๔๙๓ ซึ่งหนักกว่าช่วง พ.ศ.๒๕๔๘)

ท่านต่อไปที่จะมาเล่าให้ฟังถึงกาดเก๊าจาวเป็นรุ่นที่ถัดจากอ.บัญญัติมา อ.จันทร์สม เสียงดี คุณพ่อของท่าน พ่อก๋องคำ พรหมไชยวงศ์ เป็นเพื่อนกับคุณยนต์ ใยบัวเทศซึ่งทำงานกับการรถไฟ จึงชวนกันมาเช่าที่จากทางรถไฟทำห้องแถว ให้เช่าบ้าง เก็บแปะเจี๊ยบ้าง รูปที่อ.จันทร์สมคุ้นเคยในสมัยเด็กๆคือรูปที่มีแขกขายผ้ายืนอยู่ ท่านเป็นเด็กก็วิ่งเล่นอยู่ในกาด บ้านของท่านเปิดร้านขายของติดกับสโมสรรถไฟ แม่ของท่นเปิดร้านขายยา พี่สาวท่านเปิดร้านขายของชำ ท่านก็อยู่กาดนี้มาตั้งแต่เด็กๆ มาตลาดทุกวัน ตอนนี้ปลดเกษียณแล้ว สมัยก่อนทางรถไฟจะมีสองชั้น ชั้นล่างจะมีรถรางบรรทุกแร่บ้าง ไม้บ้าง แถวนี้จะเป็นที่วิ่งเล่น เล่นตี่บ้าง เล่นชักว่าวบ้างขึ้นไปเล่นบนสะพาน ถ้าจะเอาด้ายก็ไปขอจากโรงทอผ้าที่อยู่ใกล้ๆ หรือลงไปเล่นน้ำ ห้องแถวก็ขายกับข้าวสุก จิ้นส้มบ้าง แกงกระด้าง แถวร้านขายยา ร้านขายน้ำแข็งมือ เสาร์อาทิตย์จะมีคนมาเล่นมายากล กลางคืนก็จะมีหนังมาขายยา ขายเร่ เจ็ดวันเจ็ดคืน คนจะมาจองกันนั่งข้างหน้า ถ้าใครมานั่งบัง นั่งหน้าเรา ที่สโมสรจะมีเครือเขา เราก็จะเอาเครือเขาดีดใครจะมาบังเราไม่ได้ ซึ่งเด็กๆในกาดเก๊าจาวจะมีความสุขมาก สมัยเด็กๆบ้านอ.จันทร์สมทำโรงไอติม ไอติมซานตาคลอส อาจารย์จะขายไอติมที่ใส่ไอติมจะเป็นหวายไว้สะพายบ่า เดินไปขายถึงหน้าอรุโณทัยโน้น เมื่อก่อนแถวโรงแรมทับทิมทอง พื้นโรงแรมจะมีเล่นอุปรากรจีน(เล่นงิ้ว-ผู้บันทึก) เล่นริวคิว เล่นไพ่นกกระจอก แถวหน้าสถานีรถไฟมีน้ำพุ รูปร่างเหมือนอย่างครก น้ำพุเป็นสีๆ นั่งรถม้าห้าสตางค์ไปดูกัน นอกจากโรงแรมทับทิมทองแล้วยังมีโรงแรมรัตนเขลางค์ ซึ่งต้องพื้นจะเป็นกาดแลง(ตลาดตอนเย็น-ผู้บันทึก)มีโรงแรมรถไฟ ถ้าไปอีกหน่อยจะมีโรงงิ้วหลังแบงค์กรุงเทพ ส่วนโรงลิเกข้ามทางรถไฟไปก็จะมีแถวนาก่วม อ.จันทร์สมได้กล่าวถึงคุณฤทธิชัย อดีตแชมป์มวยเวทีราชดำเนิน ซึ่งสมัยเด็กๆช่วงน้ำท่วมใหญ่ ก็เอากะลามังมาลอยน้ำ อ.สุเทพ(อดีตรองอธิการบดีราชภัฏลำปาง) ท่านเสริมว่าแถวคลินิกหมอสุธีตอนนี้ แถวนั้นจะเป็นสหกรณ์เกลือ เด็กๆผู้ชายจะไปท้าตีท้าต่อยแถวๆโรงเรียนเทศบาล๕ และท่นยังบอกว่าท่านมีรูปเก่าๆมาก ใครสนใจสามารถติดต่อท่านได้ คุณหมอมงคล จิวะสันติการ เล่าให้ถึงสมัยเด็กๆว่า ผมเป็นเด็กสบตุ๋ย แต่ว่าเล่นน้ำก็จะมาเล่นแถวสะพานดำ แก้ผ้าโดดน้ำ เล่นน้ำเสร็จ แถวนี้จะปลูกมัน ก็จะไปแอบขุดมัน กางเกงยังไม่ได้นุ่ง เจ้าของไร่มันมาไล่ รีบใส่กางเกง รูดซิบ ซิบติด..โอ้ยเจ็บมาก จำแม่นมาก ตั้งแต่สมัยเด็กๆ แถวนี้จะมีทุ่ง ต้นไม้ ผีเสื้อมาก จับผีเสื้อ ยิงนก ใช้ก๋งยิง หาปลา ขากลับไปสบตุ๋ย จะห้อยรถวัวกลับ รถม้ากลับสบตุ๋ย สุดท้ายเจ้าของรถม้ารำคาญเอาลวดหนามมาขึงเพื่อกันไม่ให้เด็กมาห้อย อ.สุเทพเสริมว่า เมื่อก่อนเล่นน้ำถอดกางเกงกัน แอบมาเล่นน้ำ อ.ประพิศตามมาเก็บยึดกางเกงหมด

ท่านต่อมา ดร.นิมิตร จิวะสันติการ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ท่านเล่าว่าเด็กท่านก็อยู่แถวนี้ ทำงานตั้งแต่เด็กๆ บอกว่าเรื่องราวต่างๆที่เล่ากันมามีความสำคัญมาก มาปะติดปะต่อเป็นเรื่องราวของบ้านเมือง ถ้าเราไม่เล่าสู่กันฟัง ไม่บันทึกไว้ก็จะค่อยๆเลือนหายไป คำว่าพิพิธภัณฑ์ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตอะไร แต่มีสามารถได้ทุกที่ อย่างที่ฝรั่งเรียกว่า side museum ซึ่งพวกเราสามารถเรียนรู้ ซึบซับได้อย่างง่ายดาย ท่านบอกว่าถ้าป๊ะกั๋นยามแลงมีเรื่องราวต่างๆมากพอ ถ้าอยากรวบรวมบันทึกไว้เพื่อศึกษา เทศบาลจะเป็นเจ้าภาพให้ ผู้ร่วมเสวนาท่านหนึ่งอายุหกรอบพอดีอยู่แถวย่านรัษฎา สมัยเด็กก็มาเก๊าจาว จำขนมวง น้ำอ้อย อ้อยซ่อม ข้าวแต๋น(ซึ่งไม่เหมือนข้าวแต๋นในปัจจุบัน) ข้าวจี่ได้ และจำได้ว่ามีบ่อน้ำอยู่บ่อหนึ่ง คนเฒ่าคนแก่บอกเป็นบ่อน้ำทิพย์ เวลาไม่สบายก็จะใช้ผู้ร่วมเสวนาท่านนี้มาตัก ขี่จักรยานมาไกลมาก เหนื่อยมากกว่าจะถึง บางทีเด็กก็ตักน้ำข้างทางมาให้คนเฒ่า คนเฒ่ากินก็บอกว่าหาย บ่อน้ำทิพย์กาดเก๊าจาวนี้ดีจริงๆ

ผู้นำเสวนาอีกท่าน คุณยรรยง ประธานชุมชนรถไฟนครลำปาง ท่านบอกมีความตั้งใจที่จะทำให้กาดเก๊าจาวที่มีชีวิตนี้ยืนหยัด รักษาอนุรักษ์ไว้ คนที่มาขายของก็จะเป็นชาวบ้าน เอาผักพื้นบ้านมาขายวางตามพื้น ทุกวันนี้ก็มีอยู่ ท่านภูมิใจที่ได้ทำงานเป็นประธานชุมชน มีทีวีมาถ่ายทำหลายช่อง เห็นกาดเก๊าจาวออกทีวีขนลุกซู่่เลย ท่านอยากทำให้เป็นตลาดร้อยปีมีคนมาร่วมชื่นชม ทำแสงสีเสียงคล้ายสะพานข้ามแม่น้ำแควที่กาญจนบุรี ถ้าทำได้ถ้าพวกเราช่วยกัน ส่วนคุณภานุพันธ์ ขันติพงษ์ ตัวแทนเยาวชน ท่านมาพูดความประทับใจสมัยท่านเด็ก และเสนอข้อคิดในการพัฒนาตลาดเก๊าจาวหลายประการ อีกท่านที่ขึ้นมาร่วมให้ความเห็น คุณสมบูรณ์ คุรุภากรณ์ สมาชิกเทศบาลนครลำปาง ท่านเป็นผู้จัดการตลาดด้วย ในส่วนที่เป็นตลาดไม่รวมห้องแถว ได้มีส่วนที่พัฒนาตลาดหลายอย่าง ท่านบอกว่าในส่วนห้องแถว ตอนนี้ค่อนข้างจะทรุดโทรม มีวิธีอยู่สองอย่าง คือหนึ่งสร้างใหม่โดยใช้แบบที่คงอนุรักษ์ไว้เหมือนดั้งเดิม วิธีที่สองคือค่อยซ่อมของเดิม เสริมโครงสร้างอนุรักษ์ของเก่าไว้ วิธีนี้จะเสียค่าใช้จ่ายมากต้องลงทุนลงแรงอย่างมาก ทุกวันนี้ทางผู้เช่ายังมีเรื่องที่ ไม่เข้าใจกับทางรถไฟอยู่ ในเรื่องค่าเช่าและการปรับปรุงห้องแถวไม้สองชั้น ในประเด็นนี้มีคนเสนอให้ความเห็นหลายท่าน ที่บริเวณนี้เป็นที่ของการรถไฟ ทางเทศบาลจะมาร่วม หรือทำอะไรก็ต้องประสานกับทางรถไฟ การพัฒนากาดเก๊าจาว ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะชุมชนต้องร่วมแรงกัน ผู้ที่มาจัดการก็ต้องมีความจริงใจ ต้องการพัฒนาตลาดเก๊าจาวอย่างแท้จริง ท้ายสุดสิ่งที่เสนอจะให้มีการจัดการอย่างรีบด่วน คือเรื่องสายไฟบริเวณห้องแถวต้องทำใหม่ทั้งหมด เพื่อป้องกันอัคคีภัย เทศบาลคงต้องเป็นตัวหลักในเรื่องนี้ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายอาจต้องค่อยๆทยอยเก็บจากชาวบ้าน เสวนาป๊ะกั๋นยามครั้งที่ ๒๕ เรื่อง เก๊าจาว กาดหมั้วร้อยปี ก็จบลงอย่างแช่มชื่น อิ่มเอิบในทุกๆคนที่มาร่วมเสวนา
ท้ายสุดต้องขอขอบคุณ ชุมชนกาดเก๊าจาวที่มาร่วมกันจัดเสวนาครั้งนี้ให้เกิดขึ้นได้ มีขนมนมเนยมาเลี้ยงกัน ขอบคุณเทศบาลนครลำปางที่มาช่วยตั้งเครื่องเสียงและช่วยถ่ายทำวีดีโอ ขอบคุณทุกๆท่านครับ

วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่ ๒๕ เก๊าจาว กาดหมั้ว ๑๐๐ ปี

เก๊าจาว กาดหมั้ว ๑๐๐ ปี
วันอาทิตย์ที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ บ่ายสองโมงถึงห้าโมงเย็น
ณ กาดเก๋าจาว ( ติดกับป้อมตำรวจ )
นำเสวนาโดย ดร.นิมิตร จิวะสันติการ นายกเทศมนตรีนครลำปาง
คุณจันทร์สม เสียงดี อดีตผอ.สำนัการศึกษา เทศบาลนครลำปาง
คุณบัญญัติ วัตถพาณิชย์ คนเก่าคนแก่ของกาดเก๋าจาว
คุณยรรยง เลิศเชวงกุล ประธานชุมชนรถไฟนครลำปาง
คุณถานุพันธ์ ขันติพงษ์ ตัวแทนเยาวชนในชุมชน
พร้อมการแสดง หลักฐาน ภาพถ่าย เท่าที่รวบรวมได้
นั่งฟรี ฟังฟรี พูดฟรี

วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553

พบปะพูดคุยสู่ ป๊ะกั๋นยามแลง ครั้งที่ ๒๕

นัดพบปะพูดคุย หลังจากหยุดเติมพลังไปเกือบปี
ถ้าใครสนใจเวทีเสวนาของคนลำปาง
ป๊ะกั๋นยามแลง นัดพูดคุยกัน พุธนี้ ๑๘ สิงหา หนึ่งทุ่ม
ที่ โรงแรมเอเซีย (ได้ความอนุเคราะห์ จากคุณติ๋ม)เช่นเคย

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

สรุปป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่ ๒๔



คนลำปางกับแนวทางสู้วิกฤตหวัด ๒๐๐๙
วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๒ หน้าทิพย์อินน์เกสต์เฮาส์ กาดกองต้า
เริ่มด้วยทางสาธารณสุขจังหวัดลำปาง มาร่วมกันให้ความรู้ จัดแผ่นป้ายให้ความรู้ แจกหน้ากากอนามัยสำหรับคนที่เป็นหวัดแล้วมาเดินกาดกองต้า จำหน่ายเจลแอลกอฮอล์ล้างมือราคาถูก สาธิตการทำเจลแอลกอฮอล์ แจกแผ่นพับความรู้เกี่ยวกับไข้หวัด ๒๐๐๙ ยกทีมมามากมายทั้งเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครเยาวชนที่น่ารัก บีบเจลแอลกอฮอล์ใส่มือคนที่เดินผ่านไปผ่านมา และมีวงดนตรีเอ็นสะแหม่งนำโดยลุงน้ำชา และนักดนตรีอีกสามท่าน นำหีบเพลง แบนโจ กีต้าร์ และสาวน้อยมาสีไวโอลินในช่วงหลัง สร้างความบันเทิงแก่คนที่มาเดินกาดกองต้า ทั้งไทยทั้งเทศ พอถึงหนึ่งทุ่มตรง คุณหมอชิโนรส ลี้สวัสดิ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง ผศ. พวงน้อย แสงแก้ว จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ตัวแทนผู้ดูแลสุขภาพ ผู้นำการเสวนา และคุณพรทิพย์ภา ภัทรฤทธิกุล ผู้ดำเนินการเสวนา สรุปใจความที่สำคัญในการเสวนามีดังนี้ ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ ๒๐๐๙ ยังจะมีการระบาดอีกนาน จนกว่าเมืองไทยจะมีวัคซีนใช้ การที่คนแทบทั้งหมดไม่มีภูมิค้มกันต่อไข้หวัดนี้ทำให้คนเป็นกันมาก จึงทำให้มีคนเป็นภาวะแทรกซ้อนมาก การตายก็มีมากขึ้นด้วย แต่เมื่อเทียบสัดส่วนการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ทั่วๆไป ก็ไม่ได้มีความแตกต่างจากไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ๒๐๐๙ ความสำคัญอยู่ที่การป้องกัน
คนที่เป็นหวัดทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยเพราะจะป้องกันการติดต่อไปคนอื่นได้ถึงร้อยละ ๘๐ สำหรับคนทั่วไปป้องกันโดยอย่าเอามือถูปาก ถูจมูก ถูตา ถ้าจะถูก็ล้างมือให้สะอาดเสียก่อน ล้างตามปกติหรือใช้เจลแอลกอฮอก็สามารถฆ่าเชื้อไวรัส ๒๐๐๙ ได้ การดูแลสุขภาพนอกจากการออกกำลังกาย การกินอาหารให้ถูกหลัก กินผักให้มากๆ เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ การทำจิตใจให้ผ่องใส มองโลกในแง่ดี ก็มีส่วนทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ป้องกันไข้หวัดไหญ่ได้

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สรุป ป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่ ๒๓ เสน่ห์ของกาดกองต้า
















วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๒ หนึ่งทุ่มตรง ทิพย์อินน์เกสท์เฮาส์ กาดกองต้า

ผู้ร่วมนำเสวนา คุณกิตติภูมิ นามวงค์ รองนายกเทศมนตรีนครลำปาง อ.วิสิฐ ตีรณวัฒนากูล นักวิชาการด้านศิลปวัฒนธรรม คุณเกียรติชัย มานะศิลป์ ตัวแทนคณะกรรมการบริหารงานกาดกองต้า คุณธนัสฆ์ จงปํญญานนท์ ตัวแทนคนเดินถนนคนเดินกาดกองต้า
เริ่มด้วย อ.วิสิฐ เล่าถึงความเป็นมาของกาดกองต้า เป็นแหล่งชุมชนตลาดจีนเก่าริมแม่น้ำวัง เมื่อร้อยกว่าปีก่อน มีตึกราบ้านช่อง สถาปัตยกรรม หลากหลาย งดงามควรแก่อนุรักษ์ คุณกิตติภูมิ และคุณเกียรติชัย เล่าถึงถนนคนเดินกาดกองต้า ว่าเริ่มมาได้อย่างไร กว่าจะเป็นดังทุกวันนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย โดยเฉพาะคนในชุมชน คุณธนัสฆ์ บอกถึงว่าทำไมถึงชอบมาเดิน ถนนคนเดินกาดกองต้า เพราะมีของขายหลายอย่าง ทั้งสินค้าแฟชั่น และของทำมือ หัตถกรรม มีคนเดินมากมาย เดินแล้วสนุก มีความสุข

คุณเกียรติชัย ตัวแทนตลาดกล่าวว่า คณะกรรมการตลาด อยากให้มีสินค้าทำมือ สินค้าพื้นเมืองมากขึ้น ให้ความสำคัญมากกว่าสินค้าแฟชั่น เพราะสินค้าแฟชั่นสามารถหาซื้อได้ทั่วๆไปอยู่แล้ว แต่เด็กๆที่ชอบเดินกาดกองต้าที่นั่งร่วมฟังเสวนาด้วย บอกว่าต้องมีของแฟชั่นด้วย เพราะชอบดู ชอบซื้อ จะแบ่งเป็นโซนๆได้หรือไม่ มีคนเสนอเข้ามาในเรื่องของห้องน้ำ และถังขยะ เรื่องของห้องน้ำสามารถเข้าได้ตามร้านที่ขายของ บางที่ก็ต้องเสียค่าบริการ สำหรับการดูแลทำความสะอาด ส่วนเรื่องถังขยะ สามารถฝากตามร้านขายของได้ จะมีถุงดำไว้คอยรับขยะจากคนที่เดินในถนนคนเดิน

สิ่งที่สำคัญมากที่พูดคุยกันว่าทำอย่างไร เราจะทราบความเป็นมาของตึกแต่ละหลัง และเราสามารถเปิดบ้านที่เก่าแก่ สถาปัตยกรรมงดงามให้คนเดินเข้าไปชมได้หรือไม่ หรือในเวลากลางวัน หรือที่ไม่ใช่วันเสาร์อาทิตย์ ถ้านักท่องเที่ยวอยากมาเดินในกาดกองต้า จะมีที่ให้เขาได้เรียนรู้หรือไม่ สามารถเปิดบ้านสักหลัง ที่บอกประวัติความเป็นมาของกาดกองต้า เรื่องราวต่างๆที่ควรกล่าวถึง ให้นักท่องเที่ยว หรือผู้ที่มาเยี่ยมชม ได้รับทราบ ได้ซึมซับ จะได้หรือไม่ เรื่องต่างๆเหล่านี้คงจะทำให้ขึ้นมาโดยชุมชนริเริ่มอย่างเดียวคงไม่ได้ คงต้องอาศัยเทศบาลนครลำปาง หรือจังหวัดเป็นตัวจักรที่สำคัญ ถึงจะเกิดสิ่งเหล่านี้ได้

อ.วิสิฐ พูดถึง สิ่งที่หายไปในกาดกองต้าของเรา ตึกบางหลัง หรือ บ้านที่ทาสีชมพู อาจารย์เล่าถึง ที่เชียงคาน จ.เลย บ้านของเขาไม่ได้มีความงดงามทางสถาปัตยกรรมเทียบเท่ากาดดองต้าได้ แต่เขาสามารถรักษาบ้านทุกหลังให้คงสภาพเหมือนเดิม คงบรรยากาศของวิถีชาวบ้านดั่งเดิมไว้ได้ และออกกฎห้ามไม่ให้ เซเว่น อีเลเว่น ไปตั้งในเชียงคาน เพราะจะทำลายบรรยากาศ ภูมิทัศน์ของเชียงคาน มีคนตั้งคำถามว่า ถ้า เซเว่น จะมาตั้งในกาดกองต้า จะสามารถตั้งได้หรือไม่

อีกประเด็นที่มีคนร่วมเสวนานำเสนอ ช่วงที่มีถนนคนเดิน สามารถเปิดวัดเกาะ ให้วัดเกาะสว่างไสว ให้คนเข้าไปสักการะ เพื่อให้ถนนกาดกองต้าเรา มีเรื่องของศาสนา วิถีพุทธ จะเพิ่มเสน่ห์ของกาดกองต้ามากยิ่งขึ้น หรือน้ำวังของเราสามารถให้นักท่องเที่ยวล่องเรือ ชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำวังจะเป็นไปได้หรือไม่ มีคนกล่าวเสริมขึ้นมาว่า เบื้องต้นคงต้องให้น้ำวังของเรามีน้ำเสียก่อน

ท้ายสุด รองนายกเทศมนตรีนครลำปาง คุณกิตติภูมิ นามวงค์ รับปากว่าเรื่องของกาดกองต้า ทั้งชุมชนและถนนคนเดิน จะจัดให้มีการพูดคุย สัมมนาอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง โดยเทศบาลนครลำปางเป็นเจ้าภาพเพื่อก่อให้เกิดการอนุรักษ์ พัฒนาก้าวย่างอย่างมีคุณค่าต่อไป