โปสเตอร์ป๊ะกั๋นยามแลงครั้งล่าสุด ครั้งที ๒๙

วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2551

ก๊ะว่ากำเมืองจะตึ๊กแล้วก๊า?..มาฟังคำตอบ



หลังจากลุ้นอยู่ว่าฝนที่ตกลงมาในบ่ายแก่ๆวันเสาร์ที่ 20 กันยา 51 ซึ่งเป็นวันนัดพบครั้งที่ 13 ของป๊ะกั๋นยามแลง "ก๊ะว่ากำเมืองจะตึ๊กแล้วก๊า?" จะสร่างซาเมื่อไหร่..โชคดีวันนี้ฟ้าฝนเป็นใจ ฝนซาเม็ดไปก่อน 5 โมงเย็น กิจกรรมเราจึงได้เริ่มขึ้น..

ประมาณ 6 โมงเย็นน้องเยาวชนลำปางก็ได้ขึ้นเวทีบรรเลงดนตรี ชื่อวง Empty ยังเป็นน้องใหม่ค่ะ เวทีป๊ะกั๋นยามแลงตั้งใจว่าก่อนการเสวนาจะเริ่มในเวลาทุ่มตรงนั้น เราจะเปิดเวทีเพื่อเป็นที่ให้เด็กๆเยาวชนลำปางของเราได้มีเวทีแสดงความสามารถ อาจยังใหม่ การให้โอกาสคือการสร้างคนค่ะ ติดตามด้วยวงโฟล์คซองจาก นศ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์ลำปาง ขึ้นเวทีนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว

ทุ่มเศษนิดหน่อย เวทีเสวนาเริ่มต้น...โดยผู้ร่วมเสวนา..อ.อัมพร เทพปินตา รองประธานสภาวัฒนธรรม จ.ลำปาง...คุณพีรพงษ์ พอใจ ตัวแทนจากเครือข่ายสร้างสรรเด็กและเยาวชน จ.ลำปาง..ตัวแทนชาวบ้าน คุณบัวตอง ยอดกำลังและคุณทวี อุตมะ เดินทางมาจาก อ.ห้างฉัตร... โดยมีพรทิพย์ภา ภัทรฤทธิกุล ดำเนินรายการค่ะ ( เดิมทีนั้นคุณพิมธิดา ดีบุกคำ จะเป็นผู้ทำหน้าที่ แต่บังเอิญท่านป่วยกระทันหัน ขอให้หายป่วยเร็วๆนะคะ )

บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างเป็นกันเอง ทั้งบนเวทีและด้านล่างเวที มีผู้แสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจมากมาย และก็ได้รื้อฟื้นภาษิต"บ่าเก่า"หลายบทโดยผู้รู้หลายท่าน อ.อัมพร เทพปินตา,ผศ.ประสงค์ แสงแก้ว หรือแม้แต่เยาวชนอย่างน้องพีรพงษ์ก็เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี

กล่าวโดยสรุป...เด็กรุ่นใหม่พูดคำเมืองกันน้อยลง แม้คุณพ่อ-คุณแม่จะเป็นคนเมืองแต่ส่วนใหญ่จะพูดภาษากลางกับลูก เด็กรุ่นยิ่งเล็กยิ่งพูดน้อยลง ร่วมกันคิดว่าอาจเกิดจากการที่คุณพ่อ-คุณแม่อาจกลัวลูกจะพูดภาษากลางซึ่งเป็นภาษาราชการไม่ชัด , ขาดความภูมิใจในความเป็นคนเมือง รู้สึกเหมือนเป็นคนบ้านนอก , มีการกดขี่กันทางภาษา เช่นคนพูดภาษากลางก็จะล้อเลียนคนพูดคำเมือง , ความรู้สึกของคนทั่วไปในเมืองกรุง ถ้าพูดถึงคำเมืองก็ต้องพูดแบบเชียงใหม่, หรือเมืองในเมืองก็จะล้อเมืองเถิน เมืองลื้อ เมืองยอง ฯลฯ จึงทำให้ขาดความมั่นใจในการพูดคำเมือง, โรงเรียนไม่ได้ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ภาษาถิ่น

วงเสวนาต่างให้ความสนใจและมีความเห็นว่าควรแล้วที่เราจะได้รื้อฟื้นให้เด็กรุ่นหลังได้พูดคำเมือง ไม่อายที่จะพูด ยิ่งพูดได้มากภาษาคือความได้เปรียบ โดยเปลี่ยนทัศนคติต่อการพูดคำเมืองเสียใหม่ ไม่กดขี่หรือล้อเลียนกัน ให้เห็นประโยชน์ที่เราสามารถพูดคำเมืองได้ , พี่บัวตองเสนอว่า โรงเรียนต่างๆให้นักเรียนแต่งชุดพื้นเมืองในวันศุกร์แล้วเป็นไปได้ไหมที่จะให้มีการเรียนการสอนเป็นคำเมืองด้วย ซึ่ง อ.อัมพร เทพปินตาบอกว่าจะนำไปเรียนให้ท่านผู้ว่าฯทราบ เผื่อท่านจะเห็นชอบและให้เป็นนโยบายเพื่อการปฏิบัติจะเกิดขึ้นได้จริง คุณทวีย้ำอยากให้คนเมืองพูดคำเมือง แต่งตัวเมืองด้วยความภูมิใจ

สื่อมวลชนเองทั้งวิทยุชุมชนและเคเบิลทีวีท้องถิ่นก็มีบทบาทมากต่อการพูดและการฟังคำเมือง

ที่สำคัญที่สุดคือครอบครัว..เป็นอันดับแรกที่จะทำให้เด็กพูดคำเมืองก็ควรพูดคำเมืองกับลูก น่าดีใจมีคุณแม่ท่านหนึ่งสารภาพว่าไม่ได้พูดคำเมืองกับลูกเลยทำให้ลูกสาวซึ่งมาร่วมฟังการเสวนาด้วยพูดคำเมืองไม่ได้ และต่อไปนี้จะไปพูดคำเมืองในบ้านกัน อาจยังพูดไม่ชัดไม่ถูกก็ไม่เป็นไร ของพรรค์นี้มันค่อยฝึกค่อยแก้ไขปรับปรุงกันไปได้

ต้องบอกว่าการเสวนาครั้งนี้เป็นที่น่าพอใจมาก หลากหลายความเห็น และจบลงตรงเวลาสามทุ่ม หวังว่าคำเมืองจะไม่"ตึ๊ก" อย่างน้อยก็รุ่นลูกรุ่นหลาน หากทุกฝ่ายมองเห็นคุณค่าและปรับทัศนคติ ให้ภาคภูมิในวัฒนธรรม เอกลักษณ์ และความเป็นตัวตนของเรา ส่วนจะนานแค่ไหน..ก็อยู่ที่การปฏิบัติแล้วล่ะค่ะ ต้องขอบคุณทุกท่านที่มา " ป๊ะกั๋นยามแลง" นัดพบกันใหม่ครั้งต่อไป 18 ตุลาคม 51 ..

สรุปโดย...พรทิพย์ภา ภัทรฤทธิกุล

วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่ ๑๓ วันเสาร์ที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๑


โปสเตอร์ป๊ะกั๋นยามแลง ครั้งที่ 13 "ก๊ะว่ากำเมืองจะตึ๊กแล้วก๊า ?"

ก๊ะว่ากำเมืองจะตึ๊กแล้วก๊า ?

จะพูดคุยกันในเรื่องการใช้คำเมืองของลำปางเรา
หนึ่งทุ่มตรง หน้าทิพย์อินน์เกสท์เฮาส์
เสาร์ที่ ๒๐ กันยายน นี้

ผู้ร่วมนำเสวนา
อ.อัมพร เทพปินตา(รองประธานสภาวัฒนธรรมฯ)

คุณพีระพงษ์ พอใจ (เครือข่ายสร้างสรรเด็กและเยาวชนลำปาง) และตัวแทนชาวบ้าน
คุณพิมธิดา ดีบุกคำ ผู้ดำเนินการเสวนา


หกโมงเย็น ชมการแสดงดนตรีของเยาวชนลำปาง ก่อนการเสวนา

นั่งฟรี ฟังฟรี พูดฟรี

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ป๊ะกั๋นยามแลงครบโหล วันเสาร์ที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๑






ออกลายศิลปะ.. จับเข่าคุยเรื่องศิลปะ วรรณกรรม ดนตรี กับคนรุ่นใหม่ลำปาง

หลังจากดนตรีจาก Etc. Music meets Art เล่นจบ เตรียมจะเริ่มเสวนา ฝนก็ตกลงมา วงเสวนาจึงย้ายเข้ามาด้านในของทิพย์อินน์เกสท์เฮาส์ อ.ศักดิ์สิทธิ์ คำหลวง อ.สุพจน์ ใจรวมกุล ผู้นำเสวนา และ คุณภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ ผู้ดำเนินการเสวนา

ช่วงแรกคุณภิญญพันธุ์ ฉายภาพให้เห็นความเป็นมา เรื่องของศิลปะ วรรณกรรม ดนตรี ของเมืองลำปางเรา หลังจากนั้น อาจารย์ทั้ง ๒ ท่าน ก็พูดคุย ด้านดนตรี อ.สุพจน์สนใจทางด้านดนตรีพื้นเมือง นำเด็กที่สนใจดนตรีจากวิทยาลัยเทคนิคลำปาง มาฝึกฝนหลังเลิกเรียน และเสาร์ อาทิตย์ พยายามเปิดพื้นที่ด้านดนตรีพื้นเมือง ให้แก่เด็กๆ เยาวชน ให้ความเห็นว่า เพลง ดนตรีของลำปางเรามีเอกลักษณ์ของตัวเอง และหลากหลาย ถ้าไม่รีบช่วยกันเรียนรู้ สืบทอด ต่อไปมีโอกาสสูญหายได้ การให้มีพื้นที่สำหรับให้เด็กได้แสดงออก รวมทั้งดนตรีแบบอื่นๆด้วย การรวมกัน พูดคุยกัน ค่อยๆรวมกัน เริ่มจากเล็กๆก่อน แล้วจะขยายกันไปเองโดยธรรมชาติ ที่สำคัญต้องมีเวทีสำหรับการได้แสดงความสามารถ
เรื่องของวรรณกรรม อ.ศักดิ์สิทธิ์ เล่าว่าในอดีต ลำปางของเราก็มีนักเขียน แต่หลังๆมีน้อยเหลือเกิน
ในลำปางเรามีนิตยสาร ที่เป็นฟรีก๊อปปี้ อยู่หลายฉบับ พริบตา step magazine ซะป๊ะแมกกาซีน (neomax magazine- ผู้บันทึก) ซึ่งจะเป็นสนามให้นักเขียนมือใหม่ได้ลองส่งบทความดู แต่ต้องคำนึงถึงหลักไวยกรณ์ ความงดงามของภาษา และอื่นๆอีกหลายอย่างที่ต้องนึกถึง ถ้าเด็กๆได้มีโอกาส จะทำให้สนามนักเขียนในลำปางคึกคักขึ้น ไม่เงียบเหงาอย่างที่ผ่านมา การประกวดเรื่องสั้น ความเรียงในระดับจังหวัด จะเป็นการกระตุ้นให้เด็กๆได้ซึมซับบรรยากาศในเรื่องของวรรณกรรม การใช้ภาษา การอ่านหนังสือของคนลำปางเรา
ก็มีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะทำให้วงวรรณกรรมบ้านเรารุดหน้า มากหรือน้อย การกระตุ้นให้เด็กได้อ่านหนังสือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในการพัฒนาวรรณกรรมของบ้านเรา และกำลังคิดจะทำการประกวดหนังสือทำมือ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ชาวลำปางเรามีการพัฒนาด้านวรรณกรรมอีกทางหนึ่ง

ส่วนเรื่องงานศิลปะ เจ้าของร้านม้าหมุน ให้ความเห็นเมื่อก่อน งานแฮนด์เมด มีไม่มาก แต่พอทำทำไป เริ่มมีงานทำด้วยมือมากขึ้น จากหลายๆที่ ทั้งที่เป็นลักษณะของฝาก หรือของใช้ หรือบางทีก็มีเด็กนักเรียนให้มาช่วยคิดตัวการ์ตูนติดเสื้อ ก็ช่วยกันคิดกับเด็กนักเรียน ส่วนเรื่องของงานแสดงศิลปะ ก็อยากให้มีห้องหรือที่สำหรับแสดงงาน ถ้ามีหอศิลป์ก็จะช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้ คงไม่มีใครอยากแสดงงานของตัวเองในต่างจังหวัด ถ้าบ้านเรามีที่แสดงงาน และมีจุดที่จะมาพูดคุยในเรื่องศิลปะ ดนตรี หรือ วรรณกรรม

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่ ๑๒ วันเสาร์ที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๑


โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์
โดย ศักดิ์สิทธิ์ คำหลวง แห่ง http://www.pribta.com/

เปิดพื้นที่ให้ศิลปะได้หายใจ เปิดหัวใจให้คนทำงาน ป๊ะกั๋นยามแลงครบโหล
"ออกลายศิลปะ" จับเข่าคุยเรื่องศิลปะและดนตรีกับคนรุ่นใหม่
ถกกันเรื่องดนตรี ศิลปะ และวัฒนธรรมในหัวใจ
กับที่ว่างและโอกาสที่รออยู่ข้างหน้า

หนึ่งทุ่มตรง หน้าทิพย์อินน์เกสต์เฮาส์ กาดกองต้า


นั่งฟรี ฟังฟรี พูดฟรี

วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

๑๙ กรกฎาคม ป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่ ๑๑


ทางเลือกใหม่ ภายใต้วิกฤตน้ำมันแพง ว่าด้วยรถโดยสารสาธารณะและจักรยาน

หนึ่งทุ่มเริ่มเสวนา คุณสุรพล ตันสุวรรณ รองนายกเทศมนตรีนครลำปาง คุณอดุลย์ พวงศรี ประธานสหกรณ์เดินรถลำปาง คุณธนชัย พงษ์โสภาวิจิตร นายกสมาคมท่องเที่ยวลำปาง โดยได้รับมอบหมายจากท่านชาย พานิชพรพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง คุณสอาด วิไลราษฎร์ นักวิชาการขนส่ง๖ว. จากขนส่งจังหวัดลำปาง คุณคงศักดิ์ อินทราชัย ตัวแทนชมรมจักรยานลำปาง และ นพ.โกมล ภัทรฤทธิกุล เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

มีผู้เสนอว่า ปัจจุบันลำปางมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีรถโดยสารสาธารณะ ในภาวะน้ำมันแพงและจะแพงขึ้นเรื่อยๆ การขาดวินัยจราจร ปัญหาความคับคั่งของรถในชั่วโมงเร่งด่วน การมีรถสาธารณะที่มาตรงป้าย ตรงเวลา จะแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้ ขนส่งบอกว่าในปัจจุบันตามกฏหมาย เรามีรถขนส่งสาธารณะตามที่สัมปทาน สาย๕ สาย๖ สาย๗ คือรถสี่ล้อที่วิ่งไปมาในเมืองนี้แหละ ถ้าวิ่งตามสายสัมปทาน จะเก็บค่าโดยสารได้ไม่เกิน ๑๓ บาท แต่ความเป็นจริง เรามีรถสี่ล้อคล้ายๆรถแท็กซี่ที่กรุงเทพ คือต้องบอกว่าจะไปไหน ราคาไม่แน่นอน แล้วแต่คนขับรถจะเรียก แต่ชาวลำปางต้องการรถสาธารณะที่วิ่งประจำทาง มีราคาที่แน่นอน ทางคุณอดุลย์ กล่าวว่าทางสหกรณ์กำลังจะให้รถสี่ล้อวิ่งในชั่วโมงที่เร่งด่วน ช่วงเช้า ๖ ถึง ๘ โมงเช้า ช่วงเย็น บ่าย ๓ ถึง ๕ โมงเย็น โดยจะวิ่งเป็น ๒ สาย สายแรก จาก ก้าวจาว ผ่านสถานีรถไฟ ดอนปาน โรงเรียนมัธยม ประชาวิทย์ เข้าห้าแยก ผ่านเข้าถนนบุญวาทย์ ศาลากลางเก่า อาชีวะ ผ่านโรงเรียนบุญวาทย์ ลำปางกัลยาณี ผ่านไก่ย่างภาณี เทศบาล ๔ เข้าห้าแยก กลับก้าวจาว

สายที่สอง จากก้าวจาว ผ่านศรีบุญเรือง โรงน้ำแข็ง อัศวิน ห้าแยก โรงพักตำรวจ หน้าเรือนจำ เข้าถนนสายกลาง ไปอัศวิน โรงน้ำแข็ง กลับ ก้าวจาว ถ้า งงๆ ก็คอยฟังการประชาสัมพันธือีกครั้งหนึ่ง โดยจะรับเฉพาะ นักเรียน ตลอดสาย ๗ บาท ในการเสวนา ก็ขอให้รับผู้ใหญ่ด้วย โดยการเก็บ ๑๐ บาท ทางสหกรณ์จะกลับไปพิจารณาดู มีคนเสนอว่าให้เส้นทางวิ่งตามตรอกซอกซอยให้ครอบคลุมมากกว่านี้ หรือให้มีสี่ล้อเลน เพือให้การวิ่งรถโดยสารสาธารณะเป็นไปโดยสะดวก สร้างความลำบากแก่รถส่วนบุคคล เพื่อจะได้มาใช้รถสาธารณะกันมากๆ ถนนก็จะโล่งเหมาะแก่การใช้จักรยาน มลพิษก็จะน้อยลง เมืองก็น่าอยู่ เหมาะกับการเป็นเมืองท่องเที่ยว มีรถสาธารณะ จักรยาน รถม้า เป็นเมืองสงบ รักษาประเพณีวัฒนธรรมที่มาแต่เก่าก่อน ทางคุณสรุพลสนับสนุนว่า ช่วงแรกมีสองสายก่อน ถ้ามีคนใช้บริการมากๆ การเพิ่มเส้นทางก็มีความเป็นไปได้ ก็มีคนมองกลับกันว่า ถ้ารถสาธารณะที่มีตอบสนองต่อคนเมืองลำปาง คนลำปางนั่งได้ไม่ไปโรงเรียนสาย ไม่ไปที่ทำงานสาย รอไม่นานเกินไป ตรงตามเส้นทาง ตามเวลา จะมีคนใช้บริการมากขึ้นเอง หรือถ้าในช่วงแรก ได้ไม่คุ้มทุน ทางจังหวัด หรือเทศบาล ถ้าทำได้ เข้าไปช่วยสนับสนุน ให้รถโดยสารสาธารณะอยู่ได้ มีความปลอดภัย สะดวกสบายตามควร และค่าบริการก็รับได้ไม่ต้องใช้รถส่วนตัว เติมน้ำมันทีรู้สึกถูกขูดเลือดขูดเนื้อ

ส่วนในเรืองของจักรยาน คนบางส่วนรู้สึกว่าไม่ค่อยปลอดภัย ทางคุณคงศักดิ์ เสนอว่าให้ลองมาขี่จักรยานด้วยกันในวันอาทิตย์ เพื่อสร้างความคุ้นชิน จะรู้ว่าความรู้สึกเสียว(รู้สึกไม่ปลอดภัย)ไม่มี มีแต่ความไม่เคยชิน คุณธนชัย(โกคำ) เสนอว่าควรมีถนนจักรยานในวันอาทิตย์ ใครจะเข้าถนนเส้นนี้ต้องขี่จักรยานหรือเดินเข้า เพื่อเป็นการรณรงค์ แต่ก็ต้องฟังความเห็นของร้านค้าด้วย และจากสถิติ ผู้ได้รับอุบัติเหตุจากจักรยานแทบจะไม่มีเลย ถึงชนกันก็จะไม่เจ็บมาก ปลอดภัย ไม่ต้องเติมน้ำมันเสียตังค์ ไม่สร้างมลพิษ สุขภาพก็จะแข็งแรง เรื่องของเส้นทางจักรยาน ถ้าเราขี่จักรยานเราจะรู้ว่าในลำปางมีเส้นทางที่เหมาะสำหรับรถจักรยาน เส้นเลียบน้ำวัง หรืออีกหลายเส้นที่ขี่ด้วยความสบาย

ลำปางของเราเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มาก สามารถปรับเปลี่ยนได้ ถ้าพวกเราช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถสาธารณะ หรือจักรยาน แล้วเราจะมีเมืองที่สงบ ร่มรื่น เดินทางไปไหนมาไหนสะดวกสบาย

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ป๊ะกั๋นยามแลง ครั้งที่ ๑๑


โปสเตอร์ ป๊ะกั๋นยามแลง ครั้งที่ 11
ออกแบบเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2551


ทางเลือกใหม่ ภายใต้วิกฤตน้ำมันแพง ว่าด้วยรถโดยสารสาธารณะและจักรยาน
วันเสาร์ที่ ๑๙ กรกฏาคม ศกนี้ ๑ ทุ่มตรง ที่หน้าทิพย์อินน์เกสต์เฮาส์ กาดกองต้า
จะเรียนเชิญ ขนส่งจังหวัด สหกรณ์เดินรถ ชมรมจักรยาน และเทศบาล และทำหนังสือเชิญทางจังหวัดร่วมนำเสวนา
ขอเชิญผู้สนใจทุกท่าน ที่อยากให้ลำปางของเรา มีรถโดยสารสาธารณะและจักรยาน เป็นตัวหลักในการสัญจรไปมา
มาร่ามกันเสวนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น นั่งฟรี ฟังฟรี พูดฟรี
...............................
แก้ไขล่าสุด 15 กรกฎาคม 2551

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2551

ประมวลภาพ "ป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่ 10 : ลำปางจะเตรียมรับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างไร"











ป๊ะกั๋นยามแลงครั้งที่ 10 : ลำปางจะเตรียมรับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างไร
วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2551 (ทุกวันเสาร์ที่ 3 ของเดือน)
ณ ทิพย์อินน์ เกสต์เฮาส์ กาดกองต้า